Month: July 2016 (Page 1 of 2)

ไขมันในผู้หญิงกับเรื่องของรูปร่าง

เป็นเรื่องปกติที่เมื่อผู้หญิงเรามีอายุช่วงวัยที่เพิ่มมากขึ้น ปริมาณไขมันในร่างกายที่สะสมก็จะเกิดขึ้นมากตาม โดยไขมันที่เกิดขึ้นจากการทานอาหารจะย้ายไปสะสมในบริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ สะโพก หน้าท้อง เอว หน้าขา ต้นขา ต้นแขน เป็นต้น แต่ขณะเดียวกัน ในช่วงวัยแรกสาวไขมันก็เป็นส่วนช่วยอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงเรามีผิวพรรณอ่อนเยาว์ เต่งตึง เพราะไขมันมีส่วนช่วยในเรื่องของการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนด้วยนั่นเอง

5

ไขมันที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงวัยของผู้หญิง
1.
วัยรุ่น ไขมันในช่วงวัยนี้จะมีผลดีต่อหน้าอก สะโพก ต้นขา มีประโยชน์ต่อการเตรียมความพร้อมในการเติบโตและระบบกระดูกในผู้หญิงวัยนี้

2.อายุ 20-30 ปี เป็นช่วงที่ไขมันมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับช่วงที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ ดังนั้น หากมีไขมันเกิดขึ้นเกินปกติอยู่บ้างก็ถือว่ายังเหมาะสมโอเคกับร่างกาย

3.อายุ 40-50 ปี จะมีไขมันส่วนเกินโดยเริ่มสะสมส่วนแรกที่หน้าท้องและเอว ผลของไขมันที่เกิดขึ้นมาเกินนี้ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิงที่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากช่วงวัยที่หมดประจำเดือนนั่นเอง

  1. อายุ 60-70 ปีขึ้นไป ไขมันที่สะสมในร่างกายในช่วงวัยนี้นับว่าไม่ค่อยน่ามองเท่าใดนัก อีกทั้งยังเป็นการสะสมของโรคที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ และอีกหลายโรคที่จะตามมา สะท้อนให้เห็นถึงช่วงวัยที่เป็นสาว ส่วนใหญ่มักจะขาดการดูแลใส่ใจสุขภาพ ไม่กินอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างการเน้นการผักผลไม้หรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูง อีกทั้งไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะกลายเป็นสาเหตุของการสะสมไขมันส่วนเกินไว้ในร่างกายแบบนี้

หากสาวๆ คนใดที่เกรงกลัวต่อไขมันสะสม ไม่อยากให้สภาพร่างกายหรือรูปร่างอ้วนเป็นพุงพะโล้ในตอนแก่ก็รีบเร่งดูแลตัวเองด้วยการควบคุมอาหาร ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ งดปริมาณแป้ง น้ำตาลและไขมัน รวมถึงหมั่นออกกำลังกายรีดไขมันกันตั้งแต่เนิ่นๆ ซะจะดีกว่าค่ะ

เพิ่มสีสันใหเริมฝีปากสวยมีเสน่ห์
etude House Wonder Fun Park Dear Darling Soda Tint
อีทูดี้ ทิ้นท์ คอลเล็คชั่น Wonder Fun Park สีหวาน สดใส เหมือนลูกกวาด ทาแล้วติดทนนาน

แนะนำร้านนี้เลยจร้าา เครื่องสำอางเกาหลี คลิกๆๆๆ

เครื่องสำอางเกาหลี อีทูดี้

 

วิธีเล่นโยคะเพื่อหน้าท้องแบนราบ

4

การฝึกโยคะเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ช่วยส่งผลให้ด้านดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจไปควบคู่กัน การฝึกโยคะจะต้องทำไปพร้อมกับท่าบริหารด้วยท่วงท่าที่มาพร้อมจิตใจที่นิ่งสงบ กำหนดจิตและลมหายใจไปพร้อมกันได้ ทำให้สามารถลดไขมันในร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ร่างกายเฟิร์มกระชับ ลดไขมันส่วนเกินในวิธีธรรมชาติ เป็นการฝึกสมองที่ดีไปพร้อมกันด้วย สำหรับใครที่ต้องการลดหน้าท้องวันนี้เราก็มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเล่นโยคะเพื่อลดหน้าท้องให้แบนราบมาฝากด้วยเช่นกัน ว่าแล้วก็มาตามติดและดูวิธีบริหารท่าโยคะเพื่อลดหน้าท้องให้แบนราบกันเถอะ

ประโยชน์จากการฝึกโยคะ
– เป็นการฝึกกำลัง ช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้องและเอวให้ลดลงได้

– ช่วยเสริมให้กล้ามเนื้อด้านหลังแข็งแรง

– เป็นการบริหารต้นขาและช่วยลดไขมันบริเวณต้นขาไปพร้อมกันได้

ท่าบริหารโยคะเพื่อลดหน้าท้อง
– เริ่มจากนอนหงายแล้วเอามือประสานกันที่ใต้ศีรษะ เท้าแนบชิดติดกัน

– หายใจเข้า หายใจออก แล้วยกลำตัวพร้อมยกขาซ้ายขึ้น 45 องศา เหยียดขาตรงไม่งอเข่า เกร็งหน้าท้องไว้ ห้ามกลั้นหายใจ ค้างท่านี้ไว้ แล้วหายใจเข้าออกปกติ 5-10 วินาที จึงลดเท้าลง

– หายใจเข้า หายใจออก ยกขาขวาพร้อมยกลำตัว ทำเหมือนท่าแรก หายใจเข้าออกปกติ 5-10 วินาที แล้วลดเท้าลง ทำซ้ำอีก 2-3 ครั้ง

– หายใจเข้า หายใจออก จากนั้นยกขาทั้งสองและลำตัวขึ้น ค้างเอาไว้โดยหายใจเข้าออก 10 วินาที จึงลดท่าลง

การเล่นโยคะ นอกจากเป็นการฝึกจิตใจให้สงบนิ่งแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย แน่นอนว่าจะช่วยลดไขมันในร่างกายได้อย่างเห็นผลชัดเจน เพราะฉะนั้น สาวๆ ยุคใหม่อย่าลืมหมั่นเล่นโยคะกันบ่อยๆ นะคะ

เคล็ดลับลดต้นขาให้เล็กลง

3

ผู้หญิงเราฝันเหลือเกินว่าอยากให้ต้นขาเล็กเรียว เพราะขาเรียวสวยนั้นเป็นความปรารถนาของผู้หญิงเราอย่างแท้จริงนั่นเอง การได้สวมกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้นอวดเรียวขาสวยๆ แต่หากขาของคุณใหญ่เป็นขาหมูล่ะจะทำยังไง วันนี้มามีวิธีด้วยการออกกำลังกายบริหารเพื่อลดต้นขามาฝากกันค่ะ ตามมาดูเลยว่าทำอย่างไรบ้าง

ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ
ท่าบริหารแรก : ใช้แขนสองข้างจับขอบสระคว่ำหน้าแล้วยืดขาแล้วเหยียดออกให้ลอยตัวพร้อมกับตีขาไปเรื่อยๆ ทำจนรู้สึกเหนื่อยแล้วหยุดสักครู่ จากนั้นทำต่อประมาณ 10-15 ครั้ง

ท่าบริหารที่สอง : ยืนทรงตัวในน้ำโดยหันข้างให้กับขอบสระจากนั้นใช้มือข้างหนึ่งจับขอบสระ อีกข้างท้าวเอวไว้ เหยียดขาตรง แล้วเหวี่ยงขาข้างเดียวกับมือที่ท้าวเอวไปข้างหน้า จากนั้นเหวี่ยงกลับไปด้านหลัง ให้ทำ 20 ครั้งค่ะ จากนั้นเปลี่ยนมาทำอีกข้าง 20 ครั้ง โดยทำแบบนี้ซ้ำประมาณ 10-15 ครั้ง

วิธีบริหารขาให้กระชับก่อนนอน
ก่อนอื่นให้สาวๆ หากางเกงสำหรับใส่กระชับสัดส่วนมาใช้โดยสวมก่อนนอนประมาณ 2 ชั่วโมง คุณสมบัติของกางเกงจะช่วยให้ร่างกายอบจะมีเหงื่อออกและระหว่างนี้คุณก็สามารถบริหารขาไปพร้อมกันได้ ซึ่งมันจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีวิธีการบริหารดังนี้ค่ะ

– เริ่มจากนอนหงายโดยหาหมอนรองก้นเอาไว้กันเจ็บ จากนั้นยกขาทั้งสงขึ้นสูงแล้วเหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที

– ค้างท่าเดิม แล้วแยกขาออกจากกัน โดยทำท่าแบบหุบขาชิด ให้ทำซ้ำไปมา 20 ครั้ง

– ทำท่าปั่นจักรยานกลางอากาศ 100 ครั้ง

– เปลี่ยนท่าใหม่ โดยลุกขึ้นนั่งกับพื้น เหยียดขาให้ตึงจากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ท่าบริหารเหล่านี้หากทำได้ทุกวันจะดีมากค่ะ

หมั่นบริหารท่าเหล่านี้หรือออกกำลังกายบริหารขาทุกๆ วัน รับรองว่าขาของสาวๆ จะเปลี่ยนจากปัญหาขาหมูหรือขาโต๊ะสนุ๊กให้กลับมามีขาที่เรียวสวยได้อย่างสมใจในไม่ช้าแน่นอนค่ะ

มองหา เครื่องสำอางเกาหลี www.molykorea.com ร้านนี้เลยจร้าา

พร้อมส่งจ้รา

ราคา 186 บาทคะ

Etude House Big Cover Concealer Tip เบอร์ Beige
Etude House Big Cover Concealer Tip เบอร์ Sand

etude

สูตรลับช่วยกระชับหุ่นสวย

2

ผู้หญิงเราหลายคนที่อยากมีรูปร่างสวย หุ่นเพรียวบาง และวิธีที่เรากำลังมาแนะนำนี้จะช่วยให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้นได้ ใครที่กำลังมีน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มขึ้น ลองนำสูตรลับช่วยกระชับหุ่นสวยของเราไปใช้กันดูสิคะ รับรองว่าทำตามแล้วรูปร่างดีขึ้นแน่นอน

1.ควรหลีกเลี่ยงบรรดาน้ำผลไม้สำเร็จรูปต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีผลไม้เป็นส่วนประกอบ เพราะมาพร้อมน้ำตาลสูงให้ความหวานเหมือนกัน ควรหันมาทานผลไม้สดที่ให้แคลอรี่ต่ำแทนจะดีกว่า

2.ควรทานอาหารที่มีไฟเบอร์ให้ได้ 25-35 กรัมต่อวัน โดยเฉพาะผักและผลไม้สดต่างๆ

3.ก่อนจะถึงมื้ออาหารหลักต่อไป หากหิวควรทานอาหารที่เป็นโปรตีนรองท้องสักเล็กน้อยก่อนเพื่อระงับความหิวให้ลดน้อยลง

4.ทานปลาให้ได้อย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้รับไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย บำรุงสมองและช่วยให้สุขภาพดี

5.ปรับเปลี่ยนอาหารในจานของคุณให้ได้รสชาติจัดจ้านขึ้นด้วยการหั่นพริกขี้หนูสดใส่ลงไปผสม วิธีนี้จะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันด้วยนะ

6.ดื่มชาเขียวบ้าง เพื่อช่วยเร่งระบบการเผาผลาญไขมันในร่างกาย

7.ปรับสภาวะอารมณ์ให้แจ่มใสไม่เครียด ควรหากิจกรรมสนุกสนานที่ทำแล้วอารมณ์ดีและเพื่อจะได้คั่นความหิวได้ เช่น ออกกำลังกาย เล่นโยคะ นั่งสมาธิ เป็นต้น

8.หั่นผลไม้ที่ชอบหรือพวกผลไม้ตระกูลเบอรี่อย่างสตอเบอรี่มาแช่เย็นไว้ หิวเมื่อไรมาเคี้ยวทานเล่นสดๆ เย็นๆ กรุบกรอบให้รสชาติหวานอร่อยมากกว่าการกินขนมจุบจิบมากโขทีเดียว แถมยังทำให้ไม่อ้วนอีกด้วยนะ

 

 

 

 

 

เคล็ดลับรักษารูปร่างให้ผอมเพรียว

1

วิธีรักษารูปร่างให้ผอมเพรียวมีด้วยกันให้เลือกทำหลายวิธี แต่จะให้ดีเราควรทำอย่างตั้งใจและเคร่งครัด โดยวันนี้เราก็มีวิธีการลดน้ำหนัก ลดความอ้วนเพื่อรักษารูปร่างให้ผอมเพรียวมาฝากกันค่ะ สาวๆ ยุคใหม่จะได้ผอม หุ่นดีแบบธรรมชาติ โดยหันมาทำตามกันได้ดังนี้

1.ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารทุกครั้ง การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารหลักทุกครั้ง 1 แก้วเป็นอย่างน้อย จะช่วยทำให้เราทานอาหารได้น้อยลงและอิ่มท้องเร็วขึ้น

2.เปลี่ยนจานอาหารให้เป็นถ้วยเล็ก การทานอาหารในถ้วยเล็กๆ จะทำให้เราได้สติเตือนตัวเองในครั้งที่เราต้องตักอาหารทานเพิ่มหลายครั้ง เราจะเตือนสติได้ว่าเราทานอาหารไปหลายถ้วยแล้วและสมควรหยุดได้แล้ว

3.เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดโดยเคี้ยวประมาณ 20 ครั้ง/คำแล้วค่อยกลืน อีกอย่างการเคี้ยวอาหารช้าหรือการทานช้าเมื่อครบเวลาประมาณ 15-20 นาที สมองจะสั่งการให้กระเพาะอาหารรู้สึกอิ่ม

4.เน้นทานผักให้มากที่สุด เลือกทานผักให้มากที่สุด รองลงมาคือเนื้อสัตว์ เพราะไฟเบอร์จากผักและเนื้อสัตว์จะทำให้อิ่มท้องเร็วขึ้น ย่อยง่ายมากกว่าแป้งอีกด้วย

5.ไม่ต้องทานหมด “You are what you eat” กินอย่างไรก็ได้อย่างนั้น หากทานจนหมดจานก็อาจจะยิ่งทำให้อ้วนหนักขึ้น ดังนั้น ลองทานแล้วเหลือบ้างไม่ต้องทานหมดเสมอไป ไม่จำเป็นต้องเสียดาย วิธี้จะทำให้เราผอมเร็วเช่นกัน

6.ออกกำลังกายอยู่เสมอ เลือกกีฬาที่คุณชอบเล่นสักอย่าง แล้วหมั่นเล่นเป็นประจำทุกวันหรือสัปดาห์ละ 3 วันเป็นอย่างน้อย การออกกำลังกายจะช่วยให้รูปร่างกระชับ กล้ามเนื้อแข็งแรงและทำให้สุขภาพดีขึ้น

7.ห้ามอดอาหารมื้อเช้าเด็ดขาด เพราะมื้อเช้าเป็นมื้ออาหารหลักที่สำคัญที่สุด ใครที่อยากลดน้ำหนักให้สำเร็จเร็วต้องเน้นมาทานมื้อเช้าให้มาก อยากทานอะไรทานเลย แต่มื้อกลางวันเพลาๆ ลงหน่อย ทานข้าวเพียงครึ่งเดียว ส่วนมื้อเย็นก็ควรเน้นทานอาหารย่อยง่าย เช่น ส้มตำ ยำ ผลไม้ สลัดผัก เป็นต้น

 

 

บะหมี่อกเป็ดซอสน้ำผึ้งฮ่องกง

ก

เมื่อเดินทางไปยังฮ่องกงทั้งที ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มีแต่อาหารอร่อยๆ และเมนูที่หลายคนถูกใจคือเป็ดสูตรฮ่องกงที่อร่อยจนคนไทยเอาสูตรมาเปิดร้านกันมากมาย แต่คราวนี้เราเอาสูตรอาหารแสนอร่อย “บะหมี่อกเป็ดซอสน้ำผึ้งฮ่องกง” ที่ทำง่ายและอร่อยอีกด้วย อย่ามัวรอช้ามาเริ่มลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ

ส่วนผสมและเครื่องปรุง

  • อกเป็ด 2              ชิ้น (ชิ้นละประมาณ 100 กรัม)
  • น้ำมันพืช 1              ช้อนโต๊ะ
  • ขิงแก่ซอย 1              ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมโทน 4              กลีบใหญ่
  • น้ำผึ้งแท้ 2              ช้อนโต๊ะ
  • น้ำส้มคั้นสด 4              ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 2              ช้อนโต๊ะ
  • เส้นหมี่ไข่หรือบะหมี่เบตง 2              ก้อน
  • บ๊อกชอยลวก 2              ต้น
  • เกลือและพริกไทยตามชอบ

วิธีทำ

  1. ล้างอกเป็ดให้สะอาด จากนั้นซับให้แห้งบั้งอกเป็ดเป็นตารางแต่ไม่ขาดออกไปจากกัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบทั้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที
  2. ตั้งกระทะด้วยไฟปานกลางใส่น้ำมันพืชลงไปพอร้อน นำอกเป็ดมาวางเอาไว้ลงบนกระทะโดยเอาด้านที่เป็นหนังวางลงบนกระทะเพื่อทอดลงไปจากนั้นย่างต่อพอสุกแล้วจึงตักขึ้น
  3. ตั้งกระทะอีกครั้งโดยใช้กระทะใบเดิมที่ยังมีน้ำมันในการทอดเป็ดเหลืออยู่ใช้ไฟอ่อน ใส่ขิง ใส่กระเทียมที่บุบเอาไว้แล้วผัดให้พอหอมจากนั้นใส่น้ำส้มคั้น น้ำผึ้งเริ่มเคี่ยวให้น้ำข้น ใส่น้ำมันงาแล้วยกลงค่ะ
  4. ตั้งหม้อน้ำบนไฟแรงให้น้ำเดือดจากนั้นใส่บะหมี่ลงไปลวก แล้วจึงตักขึ้นจากนั้นเมื่อลวกเสร็จแล้ว ใส่บะหมี่ลงในน้ำเย็นให้แป้งที่หมดแป้งที่อยู่รอบตัวบะหมี่ จากนั้นยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงค่อยลวกบ๊อกชอยใส่จานพักเอาไว้
  5. จากนั้นจัดเสิร์ฟพร้อมอกเป็ดย่าง สไลด์เป็ดเป็นชิ้นบางๆ ใส่จานใส่บะหมี่ที่ลวกเอาไว้แล้วจากนั้นราดตบท้ายด้วยซอสน้ำผึ้งค่ะ

ซุปมะเขือเวียดนาม

สำหรับสาวๆ ที่ชอบอาหารเวียดนามนั้นคงชอบต้องถูกใจเมนูที่เราเสนอมาให้เป็นอย่างมาก อีกทั้งเมนูนี้เป็นเมนูที่ทานแล้วดีต่อสุขภาพแถมยังทำให้ผิวพรรณดูดีและสามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วยที่สำคัญยังบำรุงร่างกายอีกด้วยแถมยังทานเป็นอาหารเช้าได้อีกด้วย การที่ได้ทานซุปมะเขือเทศร้อนๆ นั้นเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพมากๆ ไม่เชื่อมาลองทำทานดูนะคะแถมวิธีการทำนั้นก็ง่ายแสนง่ายอีกด้วย

ก

ส่วนผสมและเครื่องปรุง

  • มะเขือเทศลูกใหญ่ 5              ลูก
  • กระเทียมโทน 1              หัว
  • หมูบด 1              ขีด
  • ถั่วงอก 2              ถ้วย (หรือตามชอบ)
  • พริกไทยขาวป่น 1              ช้อนชา
  • ผักกาดหอมหั่น 1              ถ้วย
  • ผักชีฝรั่งซอย 2              ต้น
  • ใบสะระแหน่ 2              ถ้วย
  • ใบโหระพา 2              ถ้วย
  • น้ำมะนาว 1              ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1              ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1              ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1              ช้อนชา
  • น้ำซุปกระดูกหมู 2              ถ้วย

เริ่มต้นลงมือทำกันเถอะค่ะ

  1. ก่อนอื่นควรที่จะเริ่มต้นจากการหมักหมูบดให้เข้าเนื้อก่อน โดยการนำหมูบดมาใส่ลงในอ่างผสมใส่ซีอิ้วขาว น้ำปลา เกลือป่น พริกป่น กระเทียมโทนโขลกละเอียดลงไปผสมใช้มือคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วหมักเอาไว้ประมาณ 15-20 นาทีหรือใส่เอาไว้ในตู้เย็นโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที
  2. นำมะเขือเทศลูกใหญ่ที่เตรียมเอาไว้มาล้างให้สะอาดเอาขั้วออกจากนั้นหั่นให้เป็นซีกๆ
  3. นำกระทะมาตั้งไฟปานกลางจากนั้นใส่น้ำมันพืชลงไปทิ้งเอาไว้พอร้อน จากนั้นใส่หมูบดที่หมักเอาไว้ลงไปผัดพอหอมแต่ไม่ต้องรอให้สุกแล้วจึงใส่มะเขือเทศลงไปผัดจากนั้นลดไฟลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ยีมะเขือเทศให้เป็นเนื้อเดียวกันกับหมูบดจากนั้นเทน้ำซุปกระดูกหมูที่เตรียมเอาไว้จากนั้นรอให้เดือดสักพัก
  4. ปรุงรสให้ได้รสที่ชอบปล่อยให้เดือดสุดใส่ใบสะระแหน่ ใบโหระพาแล้วคลุกเคล้า จากนั้นตักเสริฟพร้อมวางถั่วงอกและผักกาดหอมฉีกลงบนก้นชามแล้วตักราดด้วยน้ำซุปเดือดๆ โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งหน้าหากชอบรสเปรี้ยวเล็กสามารถเต็มน้ำมะนาวลงไปได้ด้วยแค่นี้ก็เรียบร้อยค่ะ

ซอสต่างๆ ของอินเดียคู่ครัว

ก

เมื่อพูดถึงอาหารอินเดียแล้วนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเครื่องปรุงต่างๆ นั่นคือซอสต่างๆ ที่จะนำมาผสมกับแกงกระหรี่หรืออาหารอินเดียต่างๆ เรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียวค่ะ หากต้องการความสะดวกสบายสามารถเข้าไปซื้อหากันได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่อันที่จริงเราเองก็สามารถทำเองได้ที่บ้านและสามารถเก็บเอาไว้ใช้ได้ด้วย

ซอสซัตนีย์

  • มะเขือเทศหั่นชิ้น 3              ลูก
  • หอมใหญ่หั่น ½             หัว
  • พริกขี้หนูสีเขียวเม็ดใหญ่ 5              เม็ด
  • พริกขี้หนูสีแดงเม็ดใหญ่ 3              เม็ด
  • น้ำมะขามเปียก ¼             ถ้วย
  • โยเกิร์ตเปรี้ยว (โฮมเมด) ¼             ถ้วย
  • เกลือทะเล 1              ช้อนชา
  • ผักชีหั่น                 ¼             ถ้วย

วิธีทำ

  1. นำมะเขือเทศที่หั่นเอาไว้แล้วมาต้มจนสุกโดยใช้ไฟปานกลาง
  2. จากนั้นนำมาใส่เครื่องปั่นจากนั้นหั่นพริกทั้งหมดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในเครื่องปั่น จากนั้นใส่หอมใหญ่ น้ำมะขามเปียก โยเกิร์ตเปรี้ยว เกลือทะเลและผักชีหั่นใส่ลงไปและปั่นให้เข้ากันจนได้รสเปรี้ยว เผ็ดละเค็มค่ะ

ซอสมัสล่า

  • เนยอินเดีย ½             ถ้วย
  • หอมใหญ่หั่นบาง 2              หัว
  • มะเขือเทศหั่น 6              ลูก
  • ผงขมิ้น                 ¼             ช้อนชา
  • มัสล่า(Rajmah Masala) 1              ช้อนโต๊ะ
  • พริกอินเดีย 1 ½         ช้อนชา
  • น้ำสะอาด 1              ถ้วย
  • ผักชีหั่น ½             ถ้วย
  • เกลือทะเล ½             ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลางใส่เนยอินเดียลงไปเมื่อพอร้อนจึงใส่หอมใหญ่ลงไปผัดพอสุก
  2. จากนั้นใส่มะเขือเทศ มัสล่า ผงขมิ้น พริกอินเดียผัดให้ทั่วจากนั้นใส่น้ำสะอาดลงไป เคี่ยวจากนั้นผ่อนไฟลงใช้ไฟอ่อนเคี่ยวสักพักจนมะเขือเทศสุก ใส่ผักชีและเกลือเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ประมาณ 30 นาที
  3. หลังจากนั้นชิมรสให้ออกรสเปรี้ยว เค็มนิดๆ ปิดไฟยกลง

โยเกิร์ตโฮมเมด (แบบอินเดีย)

  • นมสด 1              ถ้วย
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1              ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะทองด้วยไฟอ่อนจากนั้นใส่นมสดรสธรรมชาติตั้งไฟสักพักพอมีฟองลอยขึ้น จากนั้นปิดไฟยกลง
  2. พักเอาไว้ให้สักพักควรวัดอุณหภูมิประมาณ 45-46องศาเซลเซียส จงนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติและนมที่อุ่นเอาไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะมาตีด้วยตะกร้อจนเข้ากันดีจากนั้นใส่นมอุ่นที่เหลือเข้าไปตีจนหมด
  3. จากนั้นปิดด้วยแร็ปพลาสติกวางไว้ในอุณหภมิห้องปล่อยทิ้งเอาไว้เลยไม่ต้องไปแตะ นาน 8-10 ชั่วโมงจากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นจนเห็นว่าเนื้อโยเกิร์ตเริ่มเนียนต้องหมักเอาไว้ประมาณ 1-2 วันค่ะ

ข้าวซูชิ

ก

เมื่อคุณจะเริ่มต้นทำอาหารญี่ปุ่นสักอย่างนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะคนญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นชาติที่พิถีพิถันกับการกินเป็นอย่างมากเลยใช่ไหมล่ะคะ แม้แต่คิดจะทำข้าวปั้นหรือข้าวหน้าปลาดิบสักก้อนยังต้องมีวิธีการทำหลายแบบเลย วันนี้เราขอเสนอการทำตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลยค่ะ แม้จะยุ่งยากหน่อยแต่ถ้าคิดจะลงมือทำอาหารแล้วนั้น สูตรที่ดั้งเดิมเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ค่ะ

เครื่องปรุงและส่วนผสม

  • ข้าวสารญี่ปุ่น 1              ถ้วย
  • น้ำสะอาด 1 ¼         ถ้วย
  • สาเก 2              ช้อนชา
  • น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ¼             ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 2 ½         ช้อนโต๊ะ
  • เกลือทะเล ½             ช้อนชา
  • สาหร่ายคมบุกว้าง 5ซม.ยาว 3ซม. 1              แผ่น

วิธีทำ

  1. ซาวข้าวสารกับน้ำสะอาดหลายๆ น้ำ (อย่าซาวแรงเมล็ดข้าวจะแตก)จนน้ำซาวข้างเริ่มใส) แล้วพักในตะแกรงแล้วใส่ให้สะเด็ดน้ำทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาทีเมื่อหุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเติมน้ำสะอาดแล้วใส่สาหร่ายคมบุที่เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดๆ และสาเก 1 ช้อนชาจากนั้นหุงจนข้าวสุกดี
  2. ระหว่างรอข้าวสุก ทำน้ำส้มสายชูปรุงรสด้วยน้ำสามสายชู น้ำตาลและเกลือด้วยหม้อที่ตั้งไฟอ่อนๆ ให้พอน้ำตาลละลาย จากนั้นปิดไฟและใส่สาเกที่ยังไม่ได้ผสมลงไป คนให้เข้ากัน
  3. เมื่อข้าวสุกให้ใส่ลงไปในอ่างไม้ เทน้ำส้มสายชูที่ผสมเอาไว้แล้วลงไปจากนั้นกระจายให้ทั่วข้าวจากนั้นใช้พายไม้กวนน้ำส้มสายชูให้เข้ากับข้าวเป็นอย่างดี จนข้าวเริ่มเย็นลงจากนั้นนำเก็บใส่หม้ออุ่นเอาไว้ค่ะเพื่อเตรียมที่จะไปทำซูชิต่อ

ขนมเบื้องญวน

หลากหลายเมนูของอาหารเวียดนามที่ถูกใจคนไทยมาช้านาน อาหาร่างในสไตล์เวียดนามที่ถูกปากคนไทยเป็นอย่างมากอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารไทยหรือร้านอาหารเวียดนามก็ต่างเอาเมนูที่แสนอร่อยนี้คือ “ขนมเบื้องญวน” ซึ่งคุณสามารถทำเพื่อเป็นอาหารแสนอร่อยสำหรับวันหยุดก็ตามไม่ผิดกติกาค่ะ

6

ส่วนผสมและเครื่องปรุง

  • แป้งข้าวจ้าว 2              ถ้วย
  • แป้งมัน ¼             ถ้วย
  • หัวกะทิ 1              ถ้วย
  • น้ำโซดา 2 ½         ถ้วย
  • เกลือป่น 1              ช้อนชา
  • ขมิ้นผง 1              ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1              ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทากระทะ

ส่วนผสมสำหรับใส้

  • หัวไชโป๊ซอยละเอียด ½             ถ้วย
  • เต้าหู้แข็งหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1              แผ่น
  • ถั่วงอก 2              ถ้วย
  • ถั่วลิสงบด ½             ถ้วย
  • ผักชีสับ 1-2          ต้น
  • รากผักชี 1              ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย                 ½             ช้อนชา
  • ซีอิ้วขาว                 1              ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปีบ 2              ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย

ส่วนผสมสำหรับกุ้งมะพร้าว

  • กุ้งสดสับละเอียด 1              ถ้วย
  • มะพร้าวขูด ½             ถ้วย
  • สีผสมอาหารสีส้ม
  • ใบมะกรูดซอยละเอียด

ส่วนผสมสำหรับไส้หมูสับ

  • หมูสับ 1              ถ้วย
  • กุ้งสับ ½             ถ้วย
  • แครอทสับ ½             ถ้วย
  • กระเทียมสับ 2              ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย
  • น้ำตาลทราย
  • ซีอิ้วขาว
  • น้ำมันหอย
  • พริกไทย

เรามาเริ่มต้นทำกันเลยดีกว่าค่ะ

  1. นำอ่างผสมมาเตรียมเอาไว้ใส่แป้งทั้งสองอย่างลงไปใส่เกลือและผงขมิ้นที่เตรียมเอาไว้ลงไปด้วย จากนั้นใส่น้ำโซดาลงไปแล้วจึงนวดแป้งให้เข้ากันดี แล้วค่อยๆ รินน้ำกะทิลงไปทีละนิดแล้วคนให้เข้ากันผสมให้เข้ากันด้วยพาย เสร็จแล้วพักแป้งเอาไว้ในตู้เย็น
  2. จากนั้นตั้งกะทะเริ่มต้นจากผัดไส้กุ้งมะพร้าวก่อน เปิดไฟอ่อนใส่น้ำมั้นลงไปใส่กุ้งลงไปผัดตามด้วยมะพร้าวขูด ปรุงรสให้อร่อยด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือ ใส่ซีอิ้วขาวเพื่อชูให้กลิ่นหอมแล้วจึงค่อยใส่เกลือใส่สีผสมอาหารสีส้มลงไปเล็กน้อยจะมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อม แล้วจึงโรยใบมะกรูด
  3. ขั้นตอนต่อไปคือการผัดไส้ ตั้งกะทะใช้ไฟอ่อนใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อยใส่กระเทียมสับลงไปผัดให้หอมแล้วจึงใส่เต้าหู้ที่หั่นเอาไว้เอาลงไป แล้วจึงใส่ไชโป๊วที่ล้างน้ำและตั้งให้สะเด็ดน้ำลงไปปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว และน้ำตาลให้ได้รสชาติที่ต้องการ
  4. ต่อไปผัดไส้หมูต่อค่ะ (จะใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้นะคะ) ตั้งกะทะด้วยไฟปานกลางจากนั้นใส่น้ำมันลงไปพอร้อนจึงใส่กระเทียมสับลงไปเจียวจากนั้นใส่หมูสับลงไปผัดพอสุกแล้วจึงใส่กุ้งสับลงไปคลุกแล้วจึงใส่แครอทลงไปผัดต่อ ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว น้ำมันหอยและพริกไทยจากนั้นใส่ต้นหอมซอยลงไปคลุกแล้วยกลง
  5. ตั้งกะทะที่เป็นกะทะแบนที่มีเทฟล่อน จากนั้นตั้งไฟปานกลางใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อยแล้วจึงใส่แป้งลงไปทำให้กระจายทั้งกระทะโดยที่ส่วนขอบจะบางกว่าที่อื่น เมื่อทอดให้สุกทั้งสองข้างลดไฟลงแล้วจึงเริ่มใส่ไส้ลงไปตั้งเอาไว้เล็กน้อยแล้วพับแป้งขึ้นยกเสิรฟ
  6. เสิรฟพร้อมอาจาดที่ทำจาก แตงกวา หัวหอมแดง เกลือป่น พริกชี้ฟ้าแดง พริกชี้ฟ้าเหลือง น้ำตาลรายที่ผสมกับน้ำส้มสายชูค่ะ

Page 1 of 2