หลายคนที่มีลูกอาจจะจินตนาการได้ว่าการเลี้ยงลูกนั้นเหนื่อยแค่ไหน ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน เด็กๆมักจะมีปัญหามาให้คุณพ่อและคุณแม่แก้ไขอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวอยู่พอตัว แต่ปัญหานี้จะเพิ่มขึ้นหลายเท่ามากเมื่อคุณพ่อคุณแม่มีลูกแฝด ปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่เพิ่มเป็น 2 เท่าแต่จะเพิ่มมากกว่านั้นอีก ซึ่งอาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องมีเวลาให้ลูกมากขึ้นด้วย

4.1

ปัญหาสำคัญของลูกแฝด
ปัญหาสำคัญของลูกแฝดที่หลายคนนึกออกได้ทันทีนั่นก็คือ การแยะเด็กที่เหมือนกันออกจากกันในกรณีที่เป็นแฝดแท้ ซึ่งเด็กแฝดแท้นั้นจะเหมือนกันมากจนหลายครั้ง แม้แต่คุณพ่อคุณแม่เองก็แยกได้ยาก ดังนั้นวิธีการที่คุณพ่อคุณแม่มักใช้เพื่อช่วยในการแยกเด็กแฝดออกจากกันนั่นก็คือ การเลือกข้าวของเครื่องใช้ที่แตกต่างกันให้เด็กแฝดนั่นเอง

การเลือกข้าวของเครื่องใช้ที่แตกต่างกันให้เด็กแฝด
ข้าวของเครื่องใช้ในที่นี้อาจจะเลือกได้ตั้งแต่ที่นอน เสื้อผ้า หรือของใช้ส่วนบุคคลอื่นๆ ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสลับกันในกรณีที่เด็กไม่มีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจนนั่นเอง ซึ่งเราอาจจะกำหนดสีส่วนตัวของเด็กไปเลยก็ได้เช่น แฝดพี่ใช้สีขาว แฝดน้องใช้สีดำ ซึ่งเราอาจะสลับวันกันได้แต่ตัวคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องไม่สับสนด้วย แล้วการใช้ข้าวของต่างกันต้องทำจนถึงเมื่อไหร่กันล่ะ

การใช้ข้าวของต่างกันต้องทำจนถึงเมื่อไหร่
ความจริงระยะเวลาที่ใช้วิธีการนี้ไม่ตายตัวนัก ตัวคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ตัดสินใจได้เลย ซึ่งที่เราพบเห็นกันส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้วิธีการนี้ตอนที่ตัวคุณพ่อคุณแม่สามารถแยกเด็กออกจากกันได้แล้ว ส่วนหนึ่งก็มาจากนิสัยของเด็กที่เริ่มแสดงออกมาอย่างแตกต่างกันในบางเรื่อง อย่างเช่น แฝดพี่อาจจะชอบนอนเฉยๆ และแฝดน้องชอบโยเยและติดคุณพ่อคุณแม่ ลักษณะแบบนี้ก็จะทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถแยกเด็กออกจากกันได้

4.2

และเมื่อเราสามารถแยกเด็กออกจากกันได้แล้วเราอาจจะใช้ข้าวของเครื่องใช้ที่เหมือนกันได้แล้ว ซึ่งจะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ของเด็กลงได้ เพราะคุณพ่อคุณแม่สามารถซื้อทีเดียวในปริมาณมากๆได้ แทนที่จะซื้อเป็นชิ้นๆ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเด็กโตมากพอที่จะมีความชอบหรือความต้องการเป็นของตนเองแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องเริ่มปล่อยให้เด็กเลือกซื้อของให้ตนเองได้ตามความชอบ

ข้อตกลงในการเลือกซื้อของเด็ก
ข้อตกลงในการเลือกซื้อของของเด็กจะเริ่มมีบทบาทเมื่อลูกโตขึ้นพอที่จะเลือกซื้อของของตัวเองได้ เพราะเราต้องกำหนดข้อตกลงเพื่อความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันของเด็กทั้งคู่นั่นเอง ซึ่งเราต้องทำการตกลงให้เข้าใจกันทุกคนเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในภายหลัง ซึ่งพ่อแม่หลายๆคนก็อาจจะเลือกใช้วิธีง่ายๆ อย่างเช่น การที่พ่อแม่เป็นผู้เลือกซื้อให้แทนไปเลย หรือการเลือกซื้อของหนึ่งชิ้นตามความชอบของเด็กหนึ่งคน

โดยอาจจะเลือกรองเท้าแบบที่แฝดพี่ชอบ และเลือกกางเกงแบบที่แฝดน้องชอบ ส่วนที่เหลือพ่อแม่เป็นผู้เลือก เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นเพียงวิธีง่ายๆ เท่านั้น ในสถานการณ์จริงๆ อาจจะมีหลากหลายวิธีซึ่งต้องปรับให้เข้ากับเด็กแต่ละคนด้วยเช่นกัน